โฆษก ศบค.เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 ราย

ทำเนียบฯ 7 เม.ย.- โฆษก ศบค.เผยรัฐบาลน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปฏิบัติ เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 ราย ระบุตัวเลขลดลงอย่างชัดเจน ตั้งแต่ประกาศเคอร์ฟิว และเป็นความร่วมมือของทุกคนและทุกหน่วยงาน พร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างสนามบินอย่างเต็มที่


นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอน้อมนำกระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราโชบาย อุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2563 ความว่า

“มีอะไรที่จะมีส่วนช่วยเหลือ ที่จะแก้ปัญหาก็ยินดี เพราะว่าก็เป็นปัญหาของชาติ ซึ่งเรื่องโรคระบาดนี่ก็ไม่ใช่ความผิดของใคร แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือเรามีหน้าที่ที่จะดูแลแก้ไขให้ดีที่สุด อย่างที่เคยพูดไว้ว่า ถ้าเกิดมีความเข้าใจในปัญหา มีความเข้าใจ ไม่ใช่หมายความว่ายอมรับตามบุญตามกรรม แต่มีความเข้าใจในสถานการณ์ มีความเข้าใจในปัญหา และก็มีความรู้เกี่ยวกับโรค ก็คือเข้าใจในปัญหานั่นเอง อันแรกก็เป็นอย่างนี้


อันที่สองก็คือจากข้อที่หนึ่ง ก็คือการมีการบริหารจัดการ มีแผนเผชิญเหตุ มีระบบในการปฏิบัติ แก้ไขให้ถูกจุด รู้ปัญหา แก้ไขให้ถูกจุดโดยมีการบริหารจัดการ แล้วก็ในเวลาเดียวกันก็ต้องให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง และเหตุผลที่จะต้องปฏิบัติ เพราะว่าการมีระบบ หรือแผนในการปฏิบัติตามแผนที่ได้วางไว้ตามความเป็นจริง ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แก้ถูกจุด ก็จะลดปัญหาลงไป จะแก้ได้ในที่สุด ก็เชื่อแน่ว่าจะต้องแก้ไขและก็เอาชนะอันนี้ได้ เพราะว่าประเทศของเรานี่ก็นับว่าทำได้ดี ประเทศของเรานี่น่าภูมิใจว่าทำได้ดี และก็ทุกคนก็ร่วมใจกัน ก็ดีกว่าที่อื่นอีกหลายที่ แต่บางทีก็ต้องเน้นเรื่องการทำงานมีระบบด้วยความเข้าใจ และการมีระเบียบวินัยในการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายว่าเราจะต้องต่อสู้ให้โรคนี้สงบลงไปได้ในที่สุด เพราะว่าโรคมาได้ โรคก็ไปได้ โรคจะไม่ไปถ้าเราไม่แก้ไขปัญหา เราไม่แก้ไขให้ถูกจุด หรือเราไม่มีความขันติ อดทนที่จะแก้ไข บางทีก็ต้องสละในความสุขส่วนตัวบ้าง หรือเสียสละในการกล้าที่จะสร้างนิสัย หรือสร้างวินัยในตัวเอง ที่จะแก้ไขเพื่อตัวเอง เพื่อส่วนรวม อันนี้เราก็ขอเป็นกำลังใจให้”

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า วันนี้ (7 เม.ย.) ไทยมีรายงานผู้ป่วยใหม่ 38 ราย รวมผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2,258 ราย รักษาหาย 824 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 27 รายโดยผู้เสียชีวิตล่าสุด เป็นชายไทย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว เคยไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์หลายที่และไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 13 มีนาคมโดยมีอาการเหนื่อยและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน จากนั้น 14 มีนาคม มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ จากนั้นตรวจพบติดเชื้อโควิด-19  และพบมีอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรง เสียชีวิตด้วยอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 6 เมษายน

โฆษก ศบค. กล่าวว่า จากตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ 38 ราย พบว่า  อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด และกลุ่มใหญ่ คือผู้สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 17 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ทำงานในสถานที่แออัด 7 ราย กลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และไปสถานที่ชุมชน 3 ราย และเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย 


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างชัดเจน ตั้งแต่มีการประกาศเคอร์ฟิววันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 22.00 น.- 04.00 น. ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีที่ทุกคนอยู่บ้านทำให้การแพร่กระจายเชื้อนั้นลดลง แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะให้ทุกคนในบ้านรักษาระยะห่างระหว่างกัน 1-2 เมตร  

สำหรับมาตรการเคอร์ฟิวส่วนใหญ่ประชาชนให้ความร่วมมือดี แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนอยู่ โดยพบว่าในวันที่ 7 เมษายน มีประชาชนออกนอกเคหสถาน 1,217 ราย รวมกลุ่มชุมนุมและมั่วสุมจำนวน 76 ราย รวมทั้งสิ้น 1,293 ราย ซึ่งต้องขอร้องประชาชนว่ามาตรการต่าง ๆ จะมีความเข้มข้นขึ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวเลขดังกล่าว ซึ่งหากตัวเลขไม่เพิ่มขึ้น ก็จะไม่มีมาตรการอะไรเพิ่มเติม

ส่วนมาตรการดูแลคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หลังมีประกาศขยายเวลาห้ามบินเข้าไทยไปจนถึงวันที่ 18 เม.ย. นั้น โฆษก ศบค. กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ซึ่งเท่าที่มีการรายงานว่า พบมีคนไทยติดค้างสนามบินที่ญี่ปุ่น 15 คน เกาหลีใต้ 60 คน เนเธอร์แลนด์  1 คน สหราชอาณาจักร 1 คน กาต้าร์ 14 คน ซึ่งแนวทางการช่วยเหลือนั้น ในวันที่ 7 เมษายน เวลา 20.30 น. จะมีเครื่องบินจากฝรั่งเศส มารับคนฝรั่งเศส ที่จ.ภูเก็ต ซึ่งจะมีคนไทย 14 คน ได้รับการประสานงานเดินทางมาพร้อมเที่ยวบินดังกล่าว  กลุ่มที่ 2 วันที่ 7 เมษายน เวลา 21.45 น.คนไทยที่ตกค้าง 60 คนจะเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ  และวันที่ 8 เมษายน เวลา 15.30 น.จะมีคนไทยตกค้างเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น จำนวน 22 คนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดูแลเป็นอย่างดี 

เมื่อถามว่าสาเหตุที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยลงเป็นเพราะการตรวจลดลงหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ตัวเลขสะสมการตรวจเชื้อโควิด-19 มีถึง 71,860 ราย และความสามารถในการตรวจหาเชื้อที่กรุงเทพ -ปริมณฑล สามารถตรวจได้ได้วันละ 1 หมื่นรายและต่างจังหวัดอีก 1 หมื่นราย รวมเป็น 2 หมื่นรายต่อวัน  ซึ่งการตรวจไม่ได้ใช้เพียงน้ำยาในการตรวจแต่ต้องใช้บุคลากรและอุปกรณ์สำหรับการป้องกันของทีมแพทย์พยาบาลด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมให้มีความพร้อมในโอกาสต่อไป ทั้งชุด PPE และเครื่องช่วยหายใจ รวมถึงเตียงรับรองผู้ติดเชื้อด้วย 

“หลังจากนี้จะพยายามเพิ่มประสิทธิภาพให้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคตตั้งเป้าวันละ 1 แสนราย รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ บุคลากร และเตียงผู้ป่วย ให้เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยติดเชื้อ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อ 38 รายที่ดีขึ้น นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า เนื่องจากเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่จากมาตรการใดมาตรการหนึ่ง แต่มาจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการเคอร์ฟิว จำกัดช่วงเวลาในการพบเจอกัน การควบคุมภายในประเทศและการให้ความร่วมมือของประชาชนเป็นอย่างดี คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมีสถานที่รองรับชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าเราจะไม่หยุดดำเนินการเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อดำเนินการมาดีแล้วก็จะตรึงให้สถานการณ์ดีขึ้นต่อ ๆ ไป ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคน

เมื่อถามถึงความกังวลในการกักตัวที่สัตหีบ สามารถแยกห้องได้หรือไม่ เนื่องจากมีการจัดให้พักห้องละ 3 คน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การดำเนินการเป็นไปด้วยความเหมาะสม เพราะต้องคำนึงในหลาย ๆ ด้าน ขอให้มีความอดทนเรื่องความสะดวกสบายสักระยะหนึ่ง เพราะเจ้าหน้าที่พยายามที่จะดูแลทุกคนทั้งที่พัก ที่นอน อาหารการกิน และสุขลักษณะอย่างดีที่สุด ซึ่งขอให้ยอมรับในข้อจำกัดนี้ด้วยเพราะถือว่าเราเป็นประเทศที่ดูแลพลเมืองได้ดีประเทศหนึ่ง

“ยอมรับว่า ขณะนี้มีผู้ต้องการเข้าไปอยู่ภายในศูนย์เป็นจำนวนมาก ทำให้สถานที่ไม่พอที่จะจัดให้พัก ห้องละ 1 คนได้ และขณะนี้ห้องพักภายในศูนย์สัตหีบเต็มแล้ว จึงขอให้ทุกคนอดทน ขณะนี้มีคนไทยเดินทางกลับเข้าประมาณ  วันละ 100-200 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหาพื้นที่รองรับคนไทยเหล่านั้นด้วยเช่นกัน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีที่มีคนไทย ในประเทศอินโดนีเซีย กว่า 20 คน ไม่สามารถเดินทางออกกลับพร้อมกับเที่ยวบินเมื่อวานนี้ (6 เม.ย.)ได้ โฆษก สบค. กล่าวว่า เนื่องจากมีบุคคลที่ตรวจร่างกายไม่ผ่าน เพราะมีอาการป่วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทาง รวมถึงศูนย์ประกันตัวภายในประเทศจึงไม่สามารถนำตัวออกจากประเทศต้นทางได้ ต้องรักษาตัวให้หายก่อนจึงจะสามารถนำตัวกลับได้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

หนุ่มซิ่งกระบะชนเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน 12 ต้น

ชลบุรี 28 ก.ย. – หนุ่มซิ่งกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรตลอดทั้งวัน คาดจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) รถกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น เป็นเสาไฟฟ้าแรงสูง 6 ต้น เสาไฟฟ้าสูง 12 เมตร อีก 6 ต้น ระยะทาง 500 เมตร โชคดีนายสิทธิพงษ์ อายุ 41 ปี คนขับ บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรบนถนนสายบึง-บ่อวิน ตลอดทั้งวัน คาดว่าจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) จากการสอบสวนทราบว่า นายสิทธิพงษ์ เพิ่งเลิกงาน ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็ว อาจหลับใน ทำให้รถเปลี่ยนเลนข้ามไปชนกับเสาไฟฟ้าอีกฝั่ง ส่วนความเสียหายยังประเมินค่าไม่ได้.-สำนักข่าวไทย

“อนุทิน” ร่วมงานศพพ่อ “อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้า ภท.

ราชบุรี 28 ก.ย.- “อนุทิน” ร่วมสวดอภิธรรมศพพ่อ “สส.อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้าภูมิใจไทย ลั่นได้ส่งจิตขออนุญาตคุณพ่อแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตาีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมไว้อาลัยและสวดอภิธรรมศพ คุณพ่อวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อค่ำวันที่ 27 ก.ย. ที่จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนกว่า 2,000 ร่วมพิธีโดยเป็นการสวดอภิธรรมเป็นคืนที่ 4 และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับผู้ที่ร่วมสวดอภิธรรมศพ ว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับ นายอัครเดช มาหลายปีแล้ว นายอัครเดชเป็นคนมีความวิริยะอุสาหะ ตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ตนมีความชื่นชมและศรัทธา ในความขัยนขันแข็งของท่าน ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเป็นดาวสภา […]

โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA

กรุงเทพฯ 28 ก.ย. – โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA หลัง “อนุทิน” มอบดาบการทูตสู้กัมพูชา ขณะนายกฯ ย้ำยึดสันติในการแก้ปัญหา เพื่อประโยชน์ของประเทศ ภายหลังจากที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในเวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UNGA สมัยสามัญ ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ทำให้กระแสโซเชียลในประเทศไทย พึงพอใจกับการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ การเดินทางไปเวที UNGA ของนายสีหศักดิ์ ครั้งนี้ยึดแนวทางแก้ปัญหาความมั่นคงและการต่างประเทศ ที่นายอนุทิน มอบหมายให้ดำเนินการ โดยใช้มาตรการทางการทหารควบคู่กับการทูต เพื่อรักษาอธิปไตยอย่างสันติ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะในกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ขณะที่นายอนุทิน เชื่อว่า การกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม UNGA ของนายสีหศักดิ์ ทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนต่อจุดยืนของรัฐบาล สำหรับนโยบาย 4 เดือน 4 ภารกิจหลัก คืนความมั่นใจให้ประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน […]

กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่มทั่วไทย รับมืออิทธิพลพายุบัวลอย

กทม. 28 ก.ย.- กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนถล่ม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จับตาอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” คาดเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน พรุ่งนี้ (29 ก.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น […]

ข่าวแนะนำ

สีสัน! อภิปรายนโยบายรัฐบาลวันแรก

29 ก.ย.- การแถลงนโยบายรัฐบาลวันนี้ เหมือนเป็นการซ้อมศึกซักฟอกย่อย เพราะมีการตอบโต้และตั้งฉายามากมาย ติดตามสีสันการอภิปรายนโยบายฯ วันแรก .-สำนักข่าวไทย

เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดฝนหนักคืนนี้

29 ก.ย.- หลายพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก จากอิทธิพล #พายุบัวลอย เชียงใหม่เปิดประตูระบายน้ำทุกจุด เร่งระบายน้ำปิงลงทะเลสาบดอยเต่า พร่องน้ำในเขื่อนแม่งัดฯ เตรียมรับน้ำฝน คาดตกหนักคืนนี้ ขณะที่ จ.นครราชสีมา น้ำล้นสปิลเวย์ เตือนประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน พายุฝนตกกระหน่ำหลายพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยพื้นที่ ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว นายก อบต.บ้านแก้ง พร้อมผู้นำชุมชน และอาสาสมัครกู้ภัย ได้นำเรือเครื่องยนต์ท้องแบน เข้าช่วยเหลือ ตาชู-ยายทองคำ และสุนัข 1 ตัว ออกจากบ้านที่โดนน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมเกือบมิดหลังคา  มาอยู่ในที่ปลอดภัย ยายทองคำ เล่าว่าเมื่อคืนพักอยู่กับตาและหมา กำลังจะเข้านอนแต่ก็มีฝนตกตลอดทั้งคืน น้ำที่คลองก็ยังไม่เห็นว่าจะขึ้นล้นตลิ่งเท่าไร แต่ก็กังวล จึงเฝ้าดูกระทั่งน้ำไหลมาและเข้าท่วม ตกใจ จึงได้นำสุนัขขึ้นบนบ้าน ส่วนข้าวของก็เก็บไม่ทัน จากนั้นจึงอยู่แต่บนบ้านจนถึงเช้า กู้ภัยมาช่วยนำออกมาจากบ้าน อยู่มาหลายสิบปีไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย  ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดตกหนักคืนนี้ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา หลายพื้นที่เชียงใหม่ เริ่มมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ระดับน้ำในลำน้ำปิงที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ ที่จุดวัดพี1 เชิงสะพานนวรัฐ ยังอยู่ที่ 2 เมตร 49 เซนติเมตร ต่ำกว่าจุดวิกฤติแจ้งเตือนที่ […]

แถลงนโยบายวันแรกเดือด ประท้วงกันวุ่น

29 ก.ย.- สภาเดือด! แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรก อภิปรายตอบโต้-ประท้วงกันเป็นระยะ เมื่อมีการพาดพิงปมเขากระโดง-ฮั้ว สว. แต่ประธานฯ คุมสถานการณ์ได้ ด้านนายกฯ ไม่กังวลวาทกรรมของฝ่ายค้าน ชี้ประเด็นซ้ำๆ และมีการแถลงข้อเท็จจริงไปแล้ว -สำนักข่าวไทย

ฝ่าดงทุ่นระเบิดเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก “ผลักดัน-รื้อถอน”

29 ก.ย.- ทหารเรือฝ่าดงทุ่นระเบิดเข้าเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก จ.ตราด ผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้าม-รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง รุกล้ำเขตอธิปไตยไทย ขณะที่ชาวบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว นำอาหารมอบให้ทหารแนวหน้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ว่าที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ คนใหม่ มอบหมายพลเรือโทอภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กกล.กปช.จต.) เข้าเคลียร์พื้นที่ชายแดนบ้านชำราก อันเป็นอธิปไตยของไทย โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีตราด จึงได้ผลักดันกองกำลังกัมพูชา ออกจากพื้นที่บริเวณตรงข้ามบ้านหนองรี ตำบลชำราก ไม่มีกำลังฝ่ายกัมพูชาวางกำลังแล้ว ผลจากการปฏิบัติการ บรรลุเป้าหมายสำคัญ คือ สามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 หลังลงได้อย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญที่สุดคือ สามารถผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากพื้นที่รุกล้ำได้อย่างสมบูรณ์ ประชาชนนำอาหารมอบทหารแนวหน้า บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ส่วนที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว บรรยาศเงียบเหงา แต่ยังคงมีประชาชนเดินทางนำอาหาร เช่น ไข่ไก่ น้ำดื่ม นำมามอบให้กับทหารแนวหน้า ถึงแม้จะไม่คึกคักเหมือนวันก่อนๆ […]