ประธานองค์กรต้านคอร์รัปชั่น ชี้การป้องกันการคอร์รัปชั่นมีความคืบหน้า

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ 6 ก.ย.-ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ชี้การป้องกันการคอรัปชั่นมีความคืบหน้า หลังประเทศไทยมีศาลทุจริต สามารถเอาผิดนักการเมือง ข้าราชการระดับสูงในการระบายข้าวแบบจีทูจีได้


องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดเสวนาวิชาการ เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2560 ภายใต้หัวข้อ รัฐบาลใหม่ คอร์รัปชั่นเก่า ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงขณะนี้บรรลุเป้าหมายได้ในระดับหนึ่ง โดยสามารถเปลี่ยนทัศนคติของสังคมได้ และปีที่ผ่านมาได้จัดงานภายใต้หัวข้อ กรรมสนองโกง ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐมีการผลักดันที่ประสบความสำเร็จในด้านการทุจริต อาทิ การตั้งศาลทุจริต การตัดสินการระบายข้าวแบบจีทูจีในโครงการรับจำนำข้าว ที่ลงโทษนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงได้

นายประมนต์ กล่าวว่า ขอให้การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องช่วยกัน เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ที่ผ่านมามีการเรียกร้องการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและบังคับใช้อย่างเที่ยงธรรม ตนจึงหวังให้การปฏิรูปตำรวจนั้นมีผลสำเร็จ ลดการใช้ดุลยพินิจเพื่อเรียกรับสินบน ซึ่งเป็นความหวังอย่างหนึ่งว่าการปฏิรูประบบราชการจะทำให้การต่อต้านคอร์รัปชั่นมีผลมากขึ้น นอกจากนี้ ยังฝากความหวังไว้กับการปฏิรูปการศึกษา ที่จะปลูกฝังการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้กับเยาวชน หากทำได้เยาวชนไทยจะได้รับประโยชน์ การต่อต้านของทุกภาคส่วน มีความคืบหน้าหลายด้าน อาทิ การตัดสินคดีระบายข้าวแบบจีทูจีที่มีคำพิพากษาลงโทษไปแล้ว และยังมีการตราพระราชบัญญัติการจัดซื้อตัดจ้างขึ้นใหม่ โดยกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ กำหนดให้ประชาชนมีผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์การจัดซื้อที่สำคัญ ขณะนี้สังคมเริ่มตื่นตัวและกล้าเปิดโปง ซึ่งสะท้อนจากการรายงานการทุจริตผ่านสังคมออนไลน์มากขึ้น


“ปัจจุบันรัฐบาลได้ปลูกจิตสำนึกโตไปไม่โกงในหลักสูตรการเรียนการสอนของเยาวชนไว้แล้ว ขณะที่ภาคเอกชนมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษนักลงทุนที่เอาเปรียบอย่างเข้มข้น ผมหวังว่าเมื่อไม่มีผู้ให้ ก็จะไม่มีผู้รับ ในอนาคตอันใกล้ การเมืองจะมีการปรับเปลี่ยนด้วยการเลือกตั้ง ทำให้เรามีสิ่งที่ต้องมาทบทวนร่วมกันว่า เราจะทำอย่างไรให้ได้ผู้บริหารที่ดีมีคุณภาพ มีรัฐบาลที่เชื่อมั่นในการตรวจสอบโดยใช้หลักธรรมาภิบาลอย่างเข้มข้น มี 3 ประเด็นหลักที่ต้องหาคำตอบ คือ รัฐบาลจะส่งมอบระบบบริหารที่ดีให้รัฐบาลใหม่ได้อย่างไร ยุทธศาสตร์ 20 ปี รวมถึงคณะกรรมการปฏิรูปที่ตั้งขึ้นมานั้น จะมีความเหมาะสมและจะมีบทบาทอย่างไร ขณะที่การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญปราบโกง จะทำให้ได้รัฐบาลที่ดีแค่ไหน และประชาชนควรมีบทบาทอย่างไร ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของรัฐบาล ภายใต้ความหวังที่จะได้รัฐบาลใหม่ ไม่กลับไปสู่วังวนเก่า ๆ” นายประมนต์ กล่าว

จากนั้น เข้าสู่เวทีเสวนาในหัวข้อ รัฐบาลใหม่ คอร์รัปชั่นเก่า โดยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศรา กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นว่ามีตัวชี้วัดใดที่ทำให้เห็นว่าการคอร์รัปชั่นลดลง หลังจากการยึดอำนาจในปี 2557 อัตราการจ่ายสินบนลดลง อาจเพราะกลุ่มที่หาผลประโยชน์ชะงักเพื่อดูท่าทีของ คสช. แต่เมื่อเห็นว่า คสช.ไม่เอาจริง กลุ่มดังกล่าวก็จะหาช่องทาง และเริ่มกระบวนการใหม่ สินบนที่เห็นว่าลดลงก็เริ่มกลับมาอยู่ในอัตราเดิม และกลุ่มเหล่านี้จะเห็นช่องทางว่าจะเกาะอำนาจกลุ่มใดด้วย ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงมาตรการและกฎหมายที่รัฐบาลออกมา โดยเฉพาะมาตรา 44 ในการโยกย้ายและพักงานข้าราชการกว่า 300 คน แต่กลับไม่มีคนที่ใส่เครื่องแบบสีเขียวแม้แต่คนเดียว จึงสงสัยว่า ทหารไม่คอร์รัปชั่นเลยใช่หรือไม่ บางรายมีการสอบสวนแบบเงียบ ๆ ส่วนที่ลงโทษก็ไม่มีใครรู้ว่าลงโทษอะไร เพราะไม่มีการเปิดเผยข้อมูล ทำให้ไม่เกิดความมั่นใจของสังคม นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามเรื่องการใช้มาตรา 44 ในการโยกย้ายนักการเมืองท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหลายรายควรต้องถูกโยกย้าย แต่กลับไม่ถูกโยกย้าย ดังนั้นจึงเห็นว่า มาตรา 44 แก้ปัญหาใดไม่ได้เลย ส่วนตัวสนับสนุนให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เซ็ตซีโร่ทุกองค์กร ทั้งนี้ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ตนไม่เห็นด้วยกับการรวมศูนย์อำนาจการวินิจฉัยอยู่ที่กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง เพราะเกรงว่าจะเป็นการซ้ำเติมปัญหาหรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องเปิดเผยข้อมูลในทุกเรื่อง ยกเว้นแต่เรื่องความลับที่กระทบต่อเศรษฐกิจจริง ๆ ส่วนประชาชนจะตื่นตัวอย่างไรก็เป็นเรื่องของประชาชน

ด้านนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทุกคนเริ่มตื่นตัวและสนใจการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นมากขึ้น เช่น ประเทศอินเดีย ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นสูง แต่ปัจจุบันประเทศดังกล่าวกล้าทำอะไรต่าง ๆ มากขึ้น ใช้ระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วย ทำให้ปัญหาลดน้อยลงไป ในขณะที่ประเทศไทยมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า สิ่งที่ควรปรับปรุงให้เป็น 4.0 ลำดับแรกคือระบบราชการ เพราะระบบราชการเองก็ยอมรับว่าตัวเองยังอยู่ในลำดับที่ 0.4 หรือ -4 เท่านั้น ขณะเดียวกัน ตนเห็นด้วยกับการปฏิรูปกฎหมายของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เพราะหากยิ่งมีกฎหมายมากชึ้น ก็อาจมีคนหาช่องทางเรียกรับสินบนมากขึ้นได้ สิ่งที่ภาคเอกชนอยากจะฝาก คือ การมีส่วนร่วมและการตื่นตัวของภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมเชื่อว่าหากบังคับใช้พระราชบัญญัติการจัดซื้อการจัดจ้างได้ถูกต้อง ก็จะลดเรื่องการรับสินบนได้


ขณะที่นายภัทระ คำพิทักษ์ กรธ. กล่าวว่า ต้องมาพิจารณาว่าขณะนี้สภาได้ตรวจสอบรัฐบาลหรือไม่ วงจรต่าง ๆ เดินไปตามปกติหรือไม่ เช่นกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลเรื่องข้าว เมื่อดูในรายละเอียดจะพบว่า เครื่องมือใดใช้ได้ผล หรือใช้ไม่ได้ผล หากจะคิดถึงผลงานของ คสช. ตนคิดถึงคำสั่งที่ 67/2557 ที่กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานมีหน้าที่ไปดูแลตรวจสอบและจัดการคอร์รัปชั่นในหน่วยงานของตัวเอง หมายความว่า ทุกหน่วยมีหน้าที่ต้องทำ และลงโทษหัวหน้า มีการตรวจสอบให้ ป.ป.ท.รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรียกง่าย ๆ ว่าเพิ่มแมวไปจับหนู แต่จนถึงขณะนี้ กลับไม่เคยเห็นรายงานว่าแมวไปจับหนูได้ หรือจับผู้กระทำผิดไม่ได้ ทั้งที่สามารถใช้เครื่องมือนี้ไปเพิ่มแมวเพื่อจับหนูในสังคมได้มากขึ้น

นายภัทระ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ออกแบบเพื่อป้องกันนักการเมืองทุจริตเข้าสู่วงการการเมือง โดยผู้สมัครที่เคยกระทำผิด แม้จะได้รับคะแนนนิยมจำนวนมากแล้วหวังที่จะนำคะแนนนิยมที่ได้มาฟอกตัว จะไม่สามารถกลับเข้าสู่การเมืองได้ เพราะถือว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะกลับเข้ามาสู่การเมือง ซึ่งนักการเมืองหลายคนที่ถูกดำเนินคดีและศาลตัดสินจำคุกในขณะนี้ ในอนาคตจะไม่สามารถกลับสู่การเมืองได้อีก

นายภัทระ  กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดทำงบประมาณที่อาจมีช่องทางการทุจริตนั้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่า หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีส่วนรู้เห็นในการใช้งบประมาณที่ไม่โปร่งใส สภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาต้องรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน ได้ป้องกันการใช้งบประมาณเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งจะกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าต้องไม่ออกนโยบายในการหาเสียงที่จะกระทบต่อสถานะทางการเงินของรัฐบาล ซึ่งตัวอย่างที่ผ่านมาคือโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้มีการท้วงติงการใช้งบประมาณ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นหลักฐานใบเสร็จที่แสดงถึงการใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า

นายภัทระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต ซึ่ง กรธ.กำลังจัดทำอยู่ในขณะนี้ ยังมีการระบุถึงนิติบุคคลที่จ่ายสินบน ซึ่งจะต้องมีความผิด หากมีการจ่ายสินบน เพื่อให้เกิดกระบวนการความร่วมมือในภาคเอกชนได้ตื่นตัวในการไม่จ่ายสินบนและเป็นผู้ส่งเสริมให้มีการคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาทุจริตในภาคเอกชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยในมาตรา 63 ระบุว่า รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบต่าง ๆ อย่างเข้มงวด รวมถึงมีกลไกการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อให้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ การต่อต้านหรือชี้เบาะแสโดยต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยรัฐบาลต้องออกกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินการในมาตรา 63 ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ท.อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมาย ซึ่งไม่ต้องการให้เป็นม้าก้านกล้วย แต่ต้องการให้เป็นดาบที่ลงโทษได้อย่างจริงจัง  โดยสิ่งที่ต้องอยู่ในกฎหมายเพื่อรองรับมาตรา 63 คือการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ การคุ้มครองพยาน การชี้เบาะแส และมาตรการป้องกันการจ่ายสินบน

นายภัทระ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน หลักสูตรการอบรมต่าง ๆ ถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวในการสร้างคอนเนคชั่นเพื่อประโยชน์ให้เกิดการทุจริต ซึ่ง กรธ.มีความกังวล โดยเฉพาะองค์กรที่มีบทบาทในการตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ควรเป็นผู้จัดหลักสูตรเอง ขณะที่อุปสรรคในการตรวจสอบที่สำคัญ คือ แต่ละหน่วยงานไม่เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและยังคงหวงอำนาจ ทำให้ยากแก่การที่ประชาชนจะเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรธ.จึงมีแนวคิดที่จะบูรณาการการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการตรวจการแผ่นดิน (คตง.) เนื่องจากพบว่าในแต่ละภาคส่วนมีมาตรฐานการทำงานที่ต่างกัน ซึ่งอาจเกิดช่องทางให้มีการทุจริต โดยจะบรรจุไว้ในกฎหมายลูก ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการเสวนา ได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมฟังการเสวนาได้สอบถามข้อสงสัย ซึ่งมีประชาชนที่ถามถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวเมื่อวันที่ 25  สิงหาคม 2560 โดยนายประสงค์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวและความอ่อนแอของอำนาจรัฐ ขณะที่นายภัทระ มองว่า เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมที่มีปัญหา ดังนั้นจึงต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

หนุ่มซิ่งกระบะชนเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน 12 ต้น

ชลบุรี 28 ก.ย. – หนุ่มซิ่งกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรตลอดทั้งวัน คาดจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) รถกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น เป็นเสาไฟฟ้าแรงสูง 6 ต้น เสาไฟฟ้าสูง 12 เมตร อีก 6 ต้น ระยะทาง 500 เมตร โชคดีนายสิทธิพงษ์ อายุ 41 ปี คนขับ บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรบนถนนสายบึง-บ่อวิน ตลอดทั้งวัน คาดว่าจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) จากการสอบสวนทราบว่า นายสิทธิพงษ์ เพิ่งเลิกงาน ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็ว อาจหลับใน ทำให้รถเปลี่ยนเลนข้ามไปชนกับเสาไฟฟ้าอีกฝั่ง ส่วนความเสียหายยังประเมินค่าไม่ได้.-สำนักข่าวไทย

“อนุทิน” ร่วมงานศพพ่อ “อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้า ภท.

ราชบุรี 28 ก.ย.- “อนุทิน” ร่วมสวดอภิธรรมศพพ่อ “สส.อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้าภูมิใจไทย ลั่นได้ส่งจิตขออนุญาตคุณพ่อแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตาีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมไว้อาลัยและสวดอภิธรรมศพ คุณพ่อวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อค่ำวันที่ 27 ก.ย. ที่จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนกว่า 2,000 ร่วมพิธีโดยเป็นการสวดอภิธรรมเป็นคืนที่ 4 และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับผู้ที่ร่วมสวดอภิธรรมศพ ว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับ นายอัครเดช มาหลายปีแล้ว นายอัครเดชเป็นคนมีความวิริยะอุสาหะ ตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ตนมีความชื่นชมและศรัทธา ในความขัยนขันแข็งของท่าน ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเป็นดาวสภา […]

โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA

กรุงเทพฯ 28 ก.ย. – โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA หลัง “อนุทิน” มอบดาบการทูตสู้กัมพูชา ขณะนายกฯ ย้ำยึดสันติในการแก้ปัญหา เพื่อประโยชน์ของประเทศ ภายหลังจากที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในเวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UNGA สมัยสามัญ ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ทำให้กระแสโซเชียลในประเทศไทย พึงพอใจกับการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ การเดินทางไปเวที UNGA ของนายสีหศักดิ์ ครั้งนี้ยึดแนวทางแก้ปัญหาความมั่นคงและการต่างประเทศ ที่นายอนุทิน มอบหมายให้ดำเนินการ โดยใช้มาตรการทางการทหารควบคู่กับการทูต เพื่อรักษาอธิปไตยอย่างสันติ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะในกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ขณะที่นายอนุทิน เชื่อว่า การกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม UNGA ของนายสีหศักดิ์ ทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนต่อจุดยืนของรัฐบาล สำหรับนโยบาย 4 เดือน 4 ภารกิจหลัก คืนความมั่นใจให้ประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน […]

กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่มทั่วไทย รับมืออิทธิพลพายุบัวลอย

กทม. 28 ก.ย.- กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนถล่ม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จับตาอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” คาดเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน พรุ่งนี้ (29 ก.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น […]

ข่าวแนะนำ

สีสัน! อภิปรายนโยบายรัฐบาลวันแรก

29 ก.ย.- การแถลงนโยบายรัฐบาลวันนี้ เหมือนเป็นการซ้อมศึกซักฟอกย่อย เพราะมีการตอบโต้และตั้งฉายามากมาย ติดตามสีสันการอภิปรายนโยบายฯ วันแรก .-สำนักข่าวไทย

เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดฝนหนักคืนนี้

29 ก.ย.- หลายพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก จากอิทธิพล #พายุบัวลอย เชียงใหม่เปิดประตูระบายน้ำทุกจุด เร่งระบายน้ำปิงลงทะเลสาบดอยเต่า พร่องน้ำในเขื่อนแม่งัดฯ เตรียมรับน้ำฝน คาดตกหนักคืนนี้ ขณะที่ จ.นครราชสีมา น้ำล้นสปิลเวย์ เตือนประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน พายุฝนตกกระหน่ำหลายพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยพื้นที่ ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว นายก อบต.บ้านแก้ง พร้อมผู้นำชุมชน และอาสาสมัครกู้ภัย ได้นำเรือเครื่องยนต์ท้องแบน เข้าช่วยเหลือ ตาชู-ยายทองคำ และสุนัข 1 ตัว ออกจากบ้านที่โดนน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมเกือบมิดหลังคา  มาอยู่ในที่ปลอดภัย ยายทองคำ เล่าว่าเมื่อคืนพักอยู่กับตาและหมา กำลังจะเข้านอนแต่ก็มีฝนตกตลอดทั้งคืน น้ำที่คลองก็ยังไม่เห็นว่าจะขึ้นล้นตลิ่งเท่าไร แต่ก็กังวล จึงเฝ้าดูกระทั่งน้ำไหลมาและเข้าท่วม ตกใจ จึงได้นำสุนัขขึ้นบนบ้าน ส่วนข้าวของก็เก็บไม่ทัน จากนั้นจึงอยู่แต่บนบ้านจนถึงเช้า กู้ภัยมาช่วยนำออกมาจากบ้าน อยู่มาหลายสิบปีไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย  ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดตกหนักคืนนี้ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา หลายพื้นที่เชียงใหม่ เริ่มมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ระดับน้ำในลำน้ำปิงที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ ที่จุดวัดพี1 เชิงสะพานนวรัฐ ยังอยู่ที่ 2 เมตร 49 เซนติเมตร ต่ำกว่าจุดวิกฤติแจ้งเตือนที่ […]

แถลงนโยบายวันแรกเดือด ประท้วงกันวุ่น

29 ก.ย.- สภาเดือด! แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรก อภิปรายตอบโต้-ประท้วงกันเป็นระยะ เมื่อมีการพาดพิงปมเขากระโดง-ฮั้ว สว. แต่ประธานฯ คุมสถานการณ์ได้ ด้านนายกฯ ไม่กังวลวาทกรรมของฝ่ายค้าน ชี้ประเด็นซ้ำๆ และมีการแถลงข้อเท็จจริงไปแล้ว -สำนักข่าวไทย

ฝ่าดงทุ่นระเบิดเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก “ผลักดัน-รื้อถอน”

29 ก.ย.- ทหารเรือฝ่าดงทุ่นระเบิดเข้าเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก จ.ตราด ผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้าม-รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง รุกล้ำเขตอธิปไตยไทย ขณะที่ชาวบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว นำอาหารมอบให้ทหารแนวหน้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ว่าที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ คนใหม่ มอบหมายพลเรือโทอภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กกล.กปช.จต.) เข้าเคลียร์พื้นที่ชายแดนบ้านชำราก อันเป็นอธิปไตยของไทย โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีตราด จึงได้ผลักดันกองกำลังกัมพูชา ออกจากพื้นที่บริเวณตรงข้ามบ้านหนองรี ตำบลชำราก ไม่มีกำลังฝ่ายกัมพูชาวางกำลังแล้ว ผลจากการปฏิบัติการ บรรลุเป้าหมายสำคัญ คือ สามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 หลังลงได้อย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญที่สุดคือ สามารถผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากพื้นที่รุกล้ำได้อย่างสมบูรณ์ ประชาชนนำอาหารมอบทหารแนวหน้า บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ส่วนที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว บรรยาศเงียบเหงา แต่ยังคงมีประชาชนเดินทางนำอาหาร เช่น ไข่ไก่ น้ำดื่ม นำมามอบให้กับทหารแนวหน้า ถึงแม้จะไม่คึกคักเหมือนวันก่อนๆ […]