ทำเนียบรัฐบาล 2 ส.ค.-วิษณุระบุกฏหมาย 7 ชั่วโคตรป้องกันใช้ตำแหน่งข้าราชการรับผลประโยชน์ โทษมีทั้งจำ ปรับ ปัดตอบยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีจำนำข้าว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. … หรือกฎหมาย 7 ชั่วโคตรว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เรียกว่ากฎหมาย 7 ชั่วโคตรแล้ว เพราะปัจจุบันมีความผิดเพียงชั่วโคตรเดียวคือเจ้าตัว กรณีรับสิ่งของในระหว่างดำรงตำแหน่งโดยครอบคลุมถึงคู่สมรส บุพการี ลูก เขย สะใภ้
นายวิษณุ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้เพื่อป้องกันการรับผลประโยชน์โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ เป็นข้อห้ามที่รวมถึงข้าราชการทุกระดับ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. นักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงเอกชนที่เป็นกรรมการในหน่วยงานรัฐ ส่วนที่เจ้าหน้าที่รัฐได้รับสิ่งของเกินที่กฎหมายกำหนดระหว่างเดินทางไปราชการต่างประเทศ ต้องนำกลับมาไว้ที่หน่วยงาน เพื่อให้เป็นสมบัติของราชการ
“เรื่องรับสิ่งของไม่ใช่ห้ามโดยเด็ดขาด แต่ต้องดูเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หากปฏิเสธสิ่งของที่มูลค่าเกินเกณฑ์กำหนดไม่ได้ ต้องนำกลับมาไว้ที่ส่วนราชการ ส่วนที่บอกว่าห้ามใช้ซองตราครุฑตรงนั้นเว่อร์ไป เพราะจริง ๆ แล้ว คือห้ามใช้ของหลวง และของหลวงที่ใช้ได้ ครม.จะกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับกระทรวงและหน่วยงานจะกำหนดกฎเกณฑ์ของตัวเองด้วยว่า จะใช้ของหลวงอย่างไรได้บ้าง” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ต่างจากกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพราะกฎหมาย ป.ป.ช.เน้นเอาผิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่เรื่องผลประโยชน์ขัดกันนั้นยังไม่มีข้อห้าม ที่ผ่านมาเรารู้สึกด้วยตัวเองว่าผิด แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้เรื่องที่เป็นสีเทากลายเป็นสีดำ หลายประเทศมีกฎหมายลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายฉบับนี้ ป.ป.ช.จะต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อตอบข้อหารือหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายนี้ เพื่อสร้างความสบายใจแก่เจ้าหน้าที่รัฐและเป็นบรรทัดฐานในการรับรู้
ส่วนกรณีกฎหมายนี้ครอบคลุมภาคเอกชนที่เข้ามาเป็นบอร์ดในหน่วยงานรัฐ จะทำให้เอกชนไม่อยากเข้ามาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า กฎหมาย ป.ป.ช.มีข้อห้ามอยู่แล้ว ระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงตำแหน่งที่เอกชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการด้วย ในกฎหมายจะห้ามข้าราชการอนุมัติโครงการเพื่อประโยชน์ของตน ยอมความหรือถอนคดีเพื่อประโยชน์ของตน แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อประโยชน์ตน อย่างไรก็ตาม ข้าราชการสามารถรับตำแหน่งกรรมการ ที่ปรึกษาในภาคเอกชนได้ แต่ต้องไม่เอื้อประโยชน์ต่อกัน ส่วนโทษของกฎหมายฉบับนี้มีทั้งจำทั้งปรับ
“เมื่อวาน(1 ส.ค.) ได้อธิบายกับที่ประชุมครม.ว่ากฏหมายนี้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ใช้กับเอกชน เว้นแต่เป็นเอกชนที่มาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วน พฤติกรรมที่ห้าม เช่น การอนุมัติโครงการเพื่อประโยชน์ของตน ครอบครัว ธุรกิจของตัวเอง มีการฟ้องคดีและไปให้ถอนฟ้องหรือไปยอมความเพื่อประโยชน์ของตน หากเพื่อประโยชน์อื่น รัฐเสียหายทำเพื่อรัฐ ทำได้ รวมถึงการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อประโยชน์ของตน รับเงิน รับของขวัญด้วย ทั้งนี้ กฏหมายไม่ได้ห้ามให้เป็นประธาน กรรมการ ที่ปรึกษา สามารถรับเงินเป็นที่ปรึกษาได้ ตราบใดที่ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน
รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงการแถลงปิดคดีด้วยวาจาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ได้ฟัง อ่านแต่ข่าวในหนังสือพิมพ์ ไม่มีคำตอบ ไม่มีความเห็น เป็นเรื่องที่ที่อยู่ในศาลอันตรายในการให้ความเห็น
เมื่อถามย้ำว่าอุทธรณ์ได้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากอุทธรณ์ หมายถึงความผิดเกิดขึ้นแล้ว จึงไม่ขอตอบ เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการชี้นำ อย่างไรก็ตาม การยึดทรัพย์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการใช้คำสั่งทางปกครอง ซึ่งใช้มานานแล้ว ยึดตามความรับผิดทางละเมิด ให้กรมบังคับคดีทำหน้าที่ยึดทรัพย์ ไม่ได้ใช้มาตรา44.-สำนักข่าวไทย