ปภ. 31 ก.ค.-ปภ.สรุปสถานการณ์น้ำพบ 12 จังหวัดยังมีน้ำท่วม คลี่คลายแล้ว 30 จังหวัด เร่งทุกภาคส่วนบูรณาการช่วยผู้ประสบภัย
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว 30 จังหวัด และยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วม 12 จังหวัด รวม 93 อำเภอ 479 ตำบล 3,172 หมู่บ้าน แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ จ.สกลนคร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอพังโคน อำเภอเต่างอย อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอพรรณานิคม และอำเภออากาศอำนวย รวม 38 ตำบล 351 หมู่บ้าน
“จ.ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสลภูมิ อำเภอจังหาร อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทราย อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอ ทุ่งเขาหลวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอเชียงขวัญ อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอธวัชบุรี อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภออาจสามารถ อำเภอพนมไพร อำเภอหนองพอก อำเภอเมืองสรวง อำเภอเมยวดี และอำเภอโพนทอง รวม 116 ตำบล 847 หมู่บ้าน ส่วนจ.นครราชสีมา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยาง อำเภอโนนแดง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอด่านขุนทด และอำเภอประทาย รวม 31 ตำบล 254 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 518 ครัวเรือน 890 คน” อธิบดีปภ. กล่าว
นายฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับที่จ.กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 15 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนามน อำเภอท่าคันโท อำเภอนาคู อำเภอสมเด็จ อำเภอเขาวง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอดอนจาน อำเภอยางตลาด อำเภอกมลาไสย อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอคำม่วง อำเภอร่องคำ อำเภอห้วยเม็ก และอำเภอฆ้องชัย รวม 70 ตำบล 493 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 920 ครัวเรือน จ.ยโสธร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ และอำเภอทรายมูล อำเภอค้อวัง อำเภอเลิงนกทา และอำเภอเมืองยโสธร รวม 42 ตำบล 281 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,993 ครัวเรือน
“จ.มุกดาหาร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร และอำเภอดงหลวง รวม 14 ตำบล 18 หมู่บ้าน จ.อำนาจเจริญ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ อำเภอหัวตะพาน อำเภอลืออำนาจ อำเภอพนา อำเภอปทุมราชวงศา อำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม รวม 52 ตำบล 370 หมู่บ้าน 11,137 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 52,359 ไร่ จ.อุบลราชธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอน้ำยืน อำเภอบุณฑริก อำเภอน้ำขุ่น อำเภอเมือง” อธิบดีปภ. กล่าว
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ที่จ.อุบลราชธานี อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอนาหลวย อำเภอเดชอุดม อำเภอสว่างวีระวงศ์ อำเภอกุดข้าวปุ้น และอำเภอดอนมดแดง รวม 13 ตำบล 76 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,993 ครัวเรือน จ.หนองคาย น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอสังคม ประชาชนได้รับผลกระทบ 140 ครัวเรือน
“ส่วนพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ยังมีน้ำท่วมใน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหล่มสัก และอำเภอหล่มเก่า รวม 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง จ.พิจิตร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตะพานหิน อำเภอวังทรายพูน อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอสามง่าม อำเภอวชิรบารมี อำเภอทับคล้อ อำเภอสากเหล็ก อำเภอดงเจริญ อำเภอโพทะเล และอำเภอเมืองพิจิตร รวม 28 ตำบล 166 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,597 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 57,073 ไร่” อธิบดีปภ. กล่าว
นายฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ภาคกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา ผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้น้ำท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางบาล อำเภอเสนา อำเภอบางปะอิน อำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางไทร รวม 68 ตำบล 292 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,853 ครัวเรือน 28,985 คน ซึ่งภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยระดับน้ำลดลงทุกพื้นที่
“ปภ.ได้บูรณาการทุกภาคส่วนดูแลด้านการดำรงชีพของผู้ประสบภัยครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการจัดหาอาหารและน้ำดื่มสะอาดให้เพียงพอ การดูแลสุขภาพอนามัยและรักษาพยาบาล รวมถึงการแจกจ่ายถุงยังชีพให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน อีกทั้งจัดรถบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง การซ่อมแซมถนนและสิ่งสาธารณูปโภคให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ และจากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยยังมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีการกระจายของฝนลดลง ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป” อธิบดีปภ. กล่าว.-สำนักข่าวไทย