รัฐสภา 24 ก.ค.-ประธานกรธ.ระบุไม่มีความเห็นแย้งพ.ร.ป.คดีนักการเมือง ย้ำไม่มีผลย้อนหลังคดีที่ดำเนินการไปแล้ว รอครบ 15 วันนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวว่าไม่มีประเด็นที่จะแย้งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะปรับแก้ เพราะไม่ใช่การแก้หลักการ อีกทั้งประเด็นที่ศาลเสนอเพิ่มหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคดีลับหลัง ทางกรธ.ได้เพิ่มเติมตามข้อเสนอของศาลแล้ว ว่าหากส่งเรื่องมาถึงศาลแล้ว จำเลยไม่มาศาล จะต้องออกหมายจับ และเมื่อออกหมายจับแล้วจะต้องทอดเวลาออกไปอีก 3 เดือนจึงจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีลับหลังได้ ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอครบกำหนด 15 วันก็สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
“การที่ร่างพ.ร.ป.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ไม่ได้ส่งผลย้อนหลังที่จะทำให้กระบวนการที่ทำมาแล้วเปลี่ยนแปลงไป โดยเขียนรองรับเอาไว้ว่า อะไรที่ดำเนินการมาแล้วให้ถือว่าใช้ได้ แต่อะไรที่จะทำไปข้างหน้า ให้ทำตามกฎหมายใหม่ ซึ่งไม่ได้มีอะไรย้อนหลัง แต่ในส่วนของคดีที่ยังไม่ได้ฟ้องก็ต้องฟ้องตามกฎหมายใหม่ หากไม่มีตัวจำเลยก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและนำไปสู่การพิจารณาคดีย้อนหลังได้” ประธานกรธ. กล่าว
ส่วนกรณีตั้งคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่างพ.ร.ปว่าด้วยพรรคการเมืองในประเด็นไพรมารีโหวต นายมีชัย กล่าวว่า กรธ.ได้หารือกับกมธ.ในส่วนของสนช.ว่าจะปรับแก้อย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของเจ้าของแนวความคิด แต่จะระบุไว้ว่าการที่ทำไพรมารีโหวตแบบไม่ครบถ้วนหรือไม่ได้ทำต้องไม่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งที่กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ดำเนินการในขั้นตอนของกกต. แต่ถ้ากกต.ทราบว่าไม่ได้ทำหรือทำผิดโดยการแจ้งเท็จ จะเป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับนักการเมืองหรือพรรคการเมืองนั้น และหากพบในภายหลังว่าบุคคลนั้นทำผิดจริงจะถูกลงโทษและถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. โดยไม่มีผลต่อคะแนนบัญชีรายชื่อที่ประชาชนเลือกไปแล้ว
ประธานกรธ. กล่าวถึงกรณีกกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีผลอย่างไร ว่า ทางรัฐบาลจะรอว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่ แต่ตามรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ให้เฉพาะส.ส. หรือส.ว.ที่จะยื่นเรื่องทักท้วง ซึ่งในขณะนี้คือสนช. แต่ยังไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความอย่างไร.-สำนักข่าวไทย