“อังคณา” ห่วง “40 อุยกูร์” ถูกส่งกลับจีน วอนเปิดให้เยี่ยม

ฐสภา 28 ก.พ.- “อังคณา” ห่วง “40 อุยกูร์” ที่ถูกส่งกลับจีน วอนเปิดให้เยี่ยม เผยเคยส่งหนังสือถึงกมธ.วุฒิสภา ขอไปประเทศที่ 3 ไม่ขอกลับ ยันรัฐบาลพูดไม่จริง เพราะมีประเทศที่สามรับ พร้อมตั้งข้อสงสัย นายกฯ ไปจีนมีข้อตกลงอะไรหรือไม่ หลังกลับมามีการส่งกลับทันที ชี้มีเงื่อนงำ ปิดเทปดำที่กระจก – จนท.ตม.ที่ดูแลผูลี้ภัยถูกให้ออกจากสำนักงานวันส่งตัว


นางอังคณา นีลไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงย้ำว่ากรรมาธิการฯมีความกังวลและห่วงใยต่อการส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน ซึ่งที่ผ่านมา กรรมาธิการฯได้รับหนังสือจากชาวอุยกูร์ เมื่อปลายปี 2567 เพื่อส่งให้ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ที่ระบุว่าไม่ประสงค์จะกลับประเทศจีน ขณะที่กรรมาธิการฯ ทำหนังสือถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอเข้าเยี่ยม 3 ครั้งแต่ถูกปฏิเสธการเข้าเยี่ยม และเชิญกรรมาธิการฯไปพบที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแจ้งวัฒนะแทน หลังจากนั้นกรรมาธิการฯ จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรมเข้าให้ข้อมูล ซึ่งทุกหน่วยงานต่างยืนยันว่าจะไม่มีการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทาง

นางอังคณา กล่าวว่านอกจากนี้ตนได้โทรศัพท์คุยกับเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยตัวเองก็ยืนยันว่าไม่มีคำสั่งให้ส่ง แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้กรรมาธิการฯ รู้สึกว่าการที่รัฐบาลแถลงว่าอุยกูร์สมัครใจกลับ เป็นการปกปิดข้อเท็จจริง และคิดว่าไม่มีใครเชื่อ เพราะสิ่งที่ได้รับมาตลอดไม่ได้เป็นแบบนั้น และตอนเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยเหล่านี้หลายครั้ง ทุกคนแจ้งความจำนงอย่างเดียวคือ ต้องการไปตั้งรกรากถิ่นฐานในประเทศที่สาม และตอนที่หน่วยงานรัฐมาชี้แจง ก็มีหลายประเทศยินดีที่จะรับอุยกูรเหล่านี้ไปตั้งรกราก แต่สิ่งที่รัฐบาลแถลงว่าไม่มีประเทศไหนรับ ขอเรียนตรงตรงว่าไม่เป็นความจริง ตนจึงมีความห่วงใยและกังวลอย่างมากว่าสิ่งเหล่านี้จะกระทบต่อความน่าเชื่อของประเทศในเวทีโลกด้วย ทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับคนที่ต้องการลี้ภัย หรือเพื่อต้องการแสวงหาที่พักพิงต่อไป ก็หวังว่ารัฐบาลจะชี้แจงข้อเท็จจริง และนำความจริงมาเปิดเผย เพราะภาพที่เห็ ดูจากสีหน้าของชาวอุยกูร์ เหล่านั้นไม่ยินดีที่จะกลับไป และครอบครัวของคนเหล่านั้รก็อยู่ที่ปากีสถานอยู่แล้ว แต่ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้กลับถูกส่งไปจีน ซึ่งมีสถานที่เรียกว่าค่ายอบรม ที่ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้ จึงถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง


สำหรับกรณีที่ มีภาพเลขาธิการสมช. ไปรอรับตามที่สถานทูตจีนโพสต์ภาพนั้น นางอังคณา กล่าวว่าสิ่งที่มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการฯเป็นการพูดไม่จริงทั้งหมดเพราะสิ่งที่เราได้รับมา ต่างจากที่หน่วยงานรัฐได้ข้อมูลและวานนี้ (27 ก.พ) ตนได้โทรศัพท์ไปประสานกับหลายหน่วยงาน ทั้งระดับรัฐมนตรีจำนวนมากแต่ไม่มีใครรับสายเลย และทราบว่าเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไปรอรับที่จีนแล้ว และทราบว่าตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของวันที่ 27 ก.พ. เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เป็นผู้ดูแลผู้ลี้ภัย ถูกสั่งให้ออกนอกสำนักงาน และวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าหน่วยงานใดที่เป็นคนที่มารับอุยกูร์ทั้ง 40 คนออกไป และการปิดเทปดำที่กระจก ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าข้างในมีปฏิกิริยาอย่างไร หรือเกิดอะไรขึ้น ซึ่งโดยปกติจะเห็นว่าอุยกูร์ จะพยายามส่งเสียง มีส่งสัญญาณออกมา แต่การติดเทปดำเพื่อไม่ให้โอกาสคนที่อยู่ในรถได้ส่งเสียง หรือร้องขอความช่วยเหลือเลย ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรับได้และ ตนไม่ทราบว่ารัฐบาลไทย ไปรับปากอะไรกับรัฐบาลจีนไว้ แต่ไม่ควรนำสิทธิของคนบริสุทธิ์มาแลกเปลี่ยน

นางอังคณา กล่าวด้วยว่าที่ผ่านมารัฐบาลพยายามมาโดยตลอดที่จะนำผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้กลับ และคิดว่าการที่นายกรัฐมนตรีไปพบกับประธานาธิบดีของจีน น่าจะเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งตนไม่ทราบว่ามีการพูดคุยอะไรกัน แต่คิดว่าน่าจะมีอะไรที่แลกเปลี่ยนเป็นการขอให้ส่งอุยกูร์ กลับ และเมื่อนายกรัฐมนตรีกลับมาคนเหล่านี้ก็ถูกส่งตัวกลับไป ซึ่งเท่าที่ทราบ มี 1 ใน 40 คน เป็นผู้ป่วยติดเตียงตอนอยู่ที่ประเทศไทย ซึ่งก็หวังว่าจะได้รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรมและจะไม่ถูกส่งกลับไปด้วย

ส่วนการที่รัฐบาลยืนยันว่า แต่ว่าไม่มีประเทศที่สามรับอุยกูร์นั้น นางอังคณายืนยันว่า ในวันที่หน่วยงานต่างๆ มาชี้แจง ตนก็บอกไปแล้วว่ถ้าอยากจะรู้ว่าประเทศไหนพร้อมจะรับ เรายินดีที่จะบอก แต่ขออนุญาตไม่เปิดเผย และถ้ารัฐบาลมีเจตนาดีในการคุ้มครองบุคคลกลุ่มนี้ท างกรรมาธิการก็พร้อมที่จะติดต่อประเทศที่สาม เพื่อให้คนกลุ่มนี้ไปตั้งรกราก


พร้อมย้ำว่สการส่งกลับอุยกูร์ ส่งผลใหเมีแถลงการณ์จากหลายหน่วยงาน ทั้งจาก สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาก็ออกแถลงการณ์ โดยใช้คำค่อนข้างรุนแรงว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรงที่สุด และการที่คนกลุ่มนี้อยู่มา 11 ปี เป็นเหตุผลที่ไทยควรจะผ่อนปรน ให้บุคคลเหล่านี้ได้ออกมาอยู่ข้างนอก หรือ เดินทางไปประเทศที่สาม ไม่ใช่ส่งกลับประเทศต้นทาง ซึ่งตนคิดว่าน่าจะได้รับอันตรายและส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีหรือสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระมีศักดิ์ศรีเหมือนบุคคลทั่วไป และขณะนี้มีอุยกูร์ที่ลี้ภัยไปอยู่ในต่างประเทศทั่วโลก จึงกังวลว่าน่าจะมีการประท้วงหน่วยงานของรัฐบาลไทย

นางอังคณา กล่าวว่าตอนที่ตนเป็นกรรมการสิทธิ์ฯ เคยไปเยี่ยมบุคคลเหล่านี้หลายครั้งจำหน้าได้ ดังนั้น หากเปิดโอกาสให้ไปเยี่ยม และสามารถเปิดโอกาสให้พูดคุยได้โดยไม่มีการดักฟัง หรือสอดแนม ก็คิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นประโยชน์ และตนก็เรียกร้อง ว่ารัฐบาลจีนควรเปิดโอกาส อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติด้านการควบคุมตัวโดยพนักงานเข้าไปตรวจสอบ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ที่ ถูกควบคุมในสถานที่เรียกว่าค่ายอบรมการศึกษา จึงเรียกร้องว่ารัฐบาลจีนควรเชิญผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติเข้าไปในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ต้องใจกว้างที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานการบังคับสูญหาย โดยไม่สมัครใจหรือคณะทำงานด้านการควบคุมตามอำเภอใจได้เข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ ของผู้ที่ถูกกักในประเทศไทย และตรวจสอบสถานการณ์ของคนที่ถูกควบคุมตัวโดยพละการรวมถึงการบังคับสูญหายในประเทศไทยซึ่งเชื่อว่าการเข้ามาของหน่วยงานระดับประเทศและระดับโลก จะทำให้ไทยได้รับ ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการคุ้มครองสิทธิ์ ให้ได้มากขึ้น. 312 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

หนุ่มซิ่งกระบะชนเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน 12 ต้น

ชลบุรี 28 ก.ย. – หนุ่มซิ่งกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรตลอดทั้งวัน คาดจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) รถกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น เป็นเสาไฟฟ้าแรงสูง 6 ต้น เสาไฟฟ้าสูง 12 เมตร อีก 6 ต้น ระยะทาง 500 เมตร โชคดีนายสิทธิพงษ์ อายุ 41 ปี คนขับ บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรบนถนนสายบึง-บ่อวิน ตลอดทั้งวัน คาดว่าจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) จากการสอบสวนทราบว่า นายสิทธิพงษ์ เพิ่งเลิกงาน ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็ว อาจหลับใน ทำให้รถเปลี่ยนเลนข้ามไปชนกับเสาไฟฟ้าอีกฝั่ง ส่วนความเสียหายยังประเมินค่าไม่ได้.-สำนักข่าวไทย

“อนุทิน” ร่วมงานศพพ่อ “อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้า ภท.

ราชบุรี 28 ก.ย.- “อนุทิน” ร่วมสวดอภิธรรมศพพ่อ “สส.อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้าภูมิใจไทย ลั่นได้ส่งจิตขออนุญาตคุณพ่อแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตาีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมไว้อาลัยและสวดอภิธรรมศพ คุณพ่อวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อค่ำวันที่ 27 ก.ย. ที่จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนกว่า 2,000 ร่วมพิธีโดยเป็นการสวดอภิธรรมเป็นคืนที่ 4 และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับผู้ที่ร่วมสวดอภิธรรมศพ ว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับ นายอัครเดช มาหลายปีแล้ว นายอัครเดชเป็นคนมีความวิริยะอุสาหะ ตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ตนมีความชื่นชมและศรัทธา ในความขัยนขันแข็งของท่าน ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเป็นดาวสภา […]

โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA

กรุงเทพฯ 28 ก.ย. – โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA หลัง “อนุทิน” มอบดาบการทูตสู้กัมพูชา ขณะนายกฯ ย้ำยึดสันติในการแก้ปัญหา เพื่อประโยชน์ของประเทศ ภายหลังจากที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในเวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UNGA สมัยสามัญ ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ทำให้กระแสโซเชียลในประเทศไทย พึงพอใจกับการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ การเดินทางไปเวที UNGA ของนายสีหศักดิ์ ครั้งนี้ยึดแนวทางแก้ปัญหาความมั่นคงและการต่างประเทศ ที่นายอนุทิน มอบหมายให้ดำเนินการ โดยใช้มาตรการทางการทหารควบคู่กับการทูต เพื่อรักษาอธิปไตยอย่างสันติ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะในกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ขณะที่นายอนุทิน เชื่อว่า การกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม UNGA ของนายสีหศักดิ์ ทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนต่อจุดยืนของรัฐบาล สำหรับนโยบาย 4 เดือน 4 ภารกิจหลัก คืนความมั่นใจให้ประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน […]

กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่มทั่วไทย รับมืออิทธิพลพายุบัวลอย

กทม. 28 ก.ย.- กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนถล่ม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จับตาอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” คาดเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน พรุ่งนี้ (29 ก.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น […]

ข่าวแนะนำ

สีสัน! อภิปรายนโยบายรัฐบาลวันแรก

29 ก.ย.- การแถลงนโยบายรัฐบาลวันนี้ เหมือนเป็นการซ้อมศึกซักฟอกย่อย เพราะมีการตอบโต้และตั้งฉายามากมาย ติดตามสีสันการอภิปรายนโยบายฯ วันแรก .-สำนักข่าวไทย

เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดฝนหนักคืนนี้

29 ก.ย.- หลายพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก จากอิทธิพล #พายุบัวลอย เชียงใหม่เปิดประตูระบายน้ำทุกจุด เร่งระบายน้ำปิงลงทะเลสาบดอยเต่า พร่องน้ำในเขื่อนแม่งัดฯ เตรียมรับน้ำฝน คาดตกหนักคืนนี้ ขณะที่ จ.นครราชสีมา น้ำล้นสปิลเวย์ เตือนประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน พายุฝนตกกระหน่ำหลายพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยพื้นที่ ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว นายก อบต.บ้านแก้ง พร้อมผู้นำชุมชน และอาสาสมัครกู้ภัย ได้นำเรือเครื่องยนต์ท้องแบน เข้าช่วยเหลือ ตาชู-ยายทองคำ และสุนัข 1 ตัว ออกจากบ้านที่โดนน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมเกือบมิดหลังคา  มาอยู่ในที่ปลอดภัย ยายทองคำ เล่าว่าเมื่อคืนพักอยู่กับตาและหมา กำลังจะเข้านอนแต่ก็มีฝนตกตลอดทั้งคืน น้ำที่คลองก็ยังไม่เห็นว่าจะขึ้นล้นตลิ่งเท่าไร แต่ก็กังวล จึงเฝ้าดูกระทั่งน้ำไหลมาและเข้าท่วม ตกใจ จึงได้นำสุนัขขึ้นบนบ้าน ส่วนข้าวของก็เก็บไม่ทัน จากนั้นจึงอยู่แต่บนบ้านจนถึงเช้า กู้ภัยมาช่วยนำออกมาจากบ้าน อยู่มาหลายสิบปีไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย  ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดตกหนักคืนนี้ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา หลายพื้นที่เชียงใหม่ เริ่มมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ระดับน้ำในลำน้ำปิงที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ ที่จุดวัดพี1 เชิงสะพานนวรัฐ ยังอยู่ที่ 2 เมตร 49 เซนติเมตร ต่ำกว่าจุดวิกฤติแจ้งเตือนที่ […]

แถลงนโยบายวันแรกเดือด ประท้วงกันวุ่น

29 ก.ย.- สภาเดือด! แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรก อภิปรายตอบโต้-ประท้วงกันเป็นระยะ เมื่อมีการพาดพิงปมเขากระโดง-ฮั้ว สว. แต่ประธานฯ คุมสถานการณ์ได้ ด้านนายกฯ ไม่กังวลวาทกรรมของฝ่ายค้าน ชี้ประเด็นซ้ำๆ และมีการแถลงข้อเท็จจริงไปแล้ว -สำนักข่าวไทย

ฝ่าดงทุ่นระเบิดเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก “ผลักดัน-รื้อถอน”

29 ก.ย.- ทหารเรือฝ่าดงทุ่นระเบิดเข้าเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก จ.ตราด ผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้าม-รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง รุกล้ำเขตอธิปไตยไทย ขณะที่ชาวบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว นำอาหารมอบให้ทหารแนวหน้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ว่าที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ คนใหม่ มอบหมายพลเรือโทอภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กกล.กปช.จต.) เข้าเคลียร์พื้นที่ชายแดนบ้านชำราก อันเป็นอธิปไตยของไทย โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีตราด จึงได้ผลักดันกองกำลังกัมพูชา ออกจากพื้นที่บริเวณตรงข้ามบ้านหนองรี ตำบลชำราก ไม่มีกำลังฝ่ายกัมพูชาวางกำลังแล้ว ผลจากการปฏิบัติการ บรรลุเป้าหมายสำคัญ คือ สามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 หลังลงได้อย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญที่สุดคือ สามารถผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากพื้นที่รุกล้ำได้อย่างสมบูรณ์ ประชาชนนำอาหารมอบทหารแนวหน้า บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ส่วนที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว บรรยาศเงียบเหงา แต่ยังคงมีประชาชนเดินทางนำอาหาร เช่น ไข่ไก่ น้ำดื่ม นำมามอบให้กับทหารแนวหน้า ถึงแม้จะไม่คึกคักเหมือนวันก่อนๆ […]