นายกฯ แจงตัวเลขลงทุนในไทย พื้นที่ EEC มีการลงทุนแล้วจริง

รัฐสภา 15 ก.พ. – นายกรัฐมนตรี ชี้แจงตัวเลขการลงทุนในไทย พื้นที่ EEC มีการลงทุนแล้วจริง รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนดูแลผู้ประกอบการ ทั้งรายใหญ่ และ SMEs


วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2566) เวลา 19.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

การลงทุนเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ มีปัจจัยหลายส่วนที่ต้องเปรียบเทียบ อาทิ ปัจจัยของขั้วอำนาจของโลก ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ แต่ไทยมีจุดเด่นทางด้านคุณภาพโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะแรงงาน อุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งจะเหมาะกับการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีมากกว่าใช้แรงงาน แรงงานไทยเป็นแรงงานต่างด้าวทั้งสิ้น ต้องพัฒนาฝีมือแรงงานไทย ค่าแรงขึ้นก็เป็นประโยชน์แก่คนไทย ปัจจุบันต้องเป็นการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง


เป้าหมายการดึงดูดการลงทุนนั้น เปลี่ยนจากโครงการดึงดูดการลงทุนที่ใช้แรงงานเป็นหลัก มาเป็นกิจการที่ใช้ทักษะขั้นสูง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แรงงานส่วนใหญ่ของไทยเป็นแรงงานต่างด้าวทั้งสิ้น มีแรงงานต่างด้าวสองแสนคนจากสามแสนคน จึงต้องพัฒนาแรงงานไทย 100,000 คน ให้มีคุณภาพ พัฒนาฝีมือแรงงาน โดยปัจจุบันต้องปรับให้เป็นกิจการที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งอุตสาหกรรมพวกนี้มีการขยายตัวของการลงทุนเพิ่มขึ้น ได้แก่ เทคโนโลยีชีวภาพ ธุรกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษา และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีการขอรับการส่งเสริม จำนวน 2,108 โครงการ เงินลงทุน 379,097 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมีการเติบโตมากกว่า 200% ในปี 2565 และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพมีการเติบโตมากกว่า 100% ในช่วงโควิด เพราะฉะนั้น ความเข้มแข็งในวันนี้เป็นผลมาจากความสำเร็จในการสร้างความเชื่อมั่น และการยอมรับในระดับสากล ทั้งในเรื่องการรับมือสถานการณ์โควิด ระบบสาธารณสุข การบริการ การบริหารความเสี่ยงในสถานการณ์วิกฤติ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มีการบริหารจัดการที่ดี มีวินัยการเงินการคลัง ความต่อเนื่องในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สิ่งเหล่านี้คือการบริหารเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย

ส่วนการลงทุนใน EEC โครงการที่มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้เริ่มมีการลงทุนจริงแล้ว ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ได้มีการดำเนินการขอออกบัตรส่งเสริมแล้ว 5,976 โครงการ ได้เริ่มลงทุนตามโครงการแล้ว 4,925 โครงการ หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 82 ของจำนวนโครงการที่ออกบัตรส่งเสริมทั้งหมด แต่หากพิจารณาเฉพาะคำขอที่ยื่นในปี 2561-2563 (ไม่นับรวมปี 2564-2565 ซึ่งเพิ่งอนุมัติไปไม่นาน) จะมีอัตราการเริ่มลงทุนสูงถึงร้อยละ 93 ของจำนวนโครงการที่ออกบัตรส่งเสริมทั้งหมด โครงการที่ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมในพื้นที่ EEC ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการทยอยลงทุนจริง จากข้อมูลล่าสุด (ณ เดือนธันวาคม 2565) คำขอใน EEC ที่ยื่นในช่วงปี 2561-2565 ได้ดำเนินการขอออกบัตรส่งเสริมแล้ว จำนวน 1,687 โครงการ ในจำนวนนี้ได้มีการเริ่มลงทุนตามโครงการแล้ว จำนวน 1,437 โครงการ หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 85 ของจำนวนโครงการที่ออกบัตรส่งเสริมทั้งหมด แต่หากพิจารณาเฉพาะคำขอที่ยื่นในปี 2561-2563 (ไม่นับรวมปี 2564-2565 ซึ่งเพิ่งอนุมัติไปไม่นาน) จะมีอัตราการเริ่มลงทุนสูงถึงร้อยละ 95 ของจำนวนโครงการที่ออกบัตรส่งเสริมทั้งหมด ซึ่งการลงทุนใน EEC คาดว่าจะเริ่มผลิดอกออกผลได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพราะต้องมีช่วงเวลาในการก่อสร้างโครงการ และติดตั้งเครื่องจักร ก่อนที่จะเริ่มการผลิต มีรายได้เป็นภาษีให้กับประเทศ และจ้างงานคนไทย

นโยบายส่งเสริมการลงทุนเปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการทุกชาติ ทุกระดับ ทุกขนาด โดยในแต่ละปี โครงการที่มีหุ้นไทยทั้งสิ้นและโครงการร่วมทุนระหว่างไทย-ต่างชาติ จะมีสัดส่วนถึงประมาณ 2 ใน 3 ของโครงการที่ได้รับการอนุมัติให้การส่งเสริมทั้งหมด นักลงทุนไทยทั่วไปจะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่แตกต่างจากนักลงทุนต่างชาติ ด้วยเกณฑ์เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 ล้านบาท และหากเป็น SMEs ที่มีหุ้นไทยข้างมาก ก็จะได้รับการผ่อนปรนเงื่อนไขเงินลงทุนขั้นต่ำเหลือเพียง 5 แสนบาท และได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรใช้แล้วในประเทศได้บางส่วนเพื่อลดต้นทุน อีกทั้งยังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมพิเศษ Cap วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็น 2 เท่าของโครงการทั่วไปอีกด้วย ดังนั้น นโยบายส่งเสริมการลงทุนจึงมิได้เอื้อประโยชน์แก่นายทุนรายใหญ่ ตั้งแต่ปี 2558-2565 พบว่ามีการขอรับการส่งเสริมในโครงการระดับ SMEs (มีมูลค่าเงินลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท และเป็นหุ้นไทยข้างมาก) จำนวน 5,111 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 214,174 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42 ของจำนวนโครงการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการสนับสนุนให้ SMEs ไทยมีการลงทุนประกอบธุรกิจของตัวเอง นอกจากการให้สิทธิประโยชน์แล้ว BOI ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุน SMEs เช่น การสนับสนุนการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม เพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เป็น SMEs ไทย โดยที่ผ่านมามีผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กว่า 1,000 ราย ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถขยายตลาดชิ้นส่วนได้มากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการประเมินในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558-2565) พบว่ามีมูลค่าการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมรวมกว่า 224,300 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง


การฟื้นตัวเรื่องโควิด-19 นั้น นายกรัฐมนตรีขอขอบคุณความร่วมมือคนไทยทั้งประเทศ โดย “ปีแรก” ของการระบาด ประเทศไทยถือว่าเป็นอันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย ที่สามารถฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้ดี เป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย ที่มีการบริหารจัดการเกี่ยวกับโรคระบาดและด้านสุขภาพได้ดีที่สุด ไทยเป็นอันดับ 5 ของโลก ที่มีความมั่นคงทางสุขภาพ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เลือกประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศจากทั่วโลก และเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการดำเนินโครงการกลไกทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health and Preparedness Review : UHPR) และถอดบทเรียนความสำเร็จการรับมือวิกฤติโควิด และประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งสำนักงานเลขาธิการของ “ศูนย์อาเซียนด้านการรับมือกับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่” (ASEAN Centre for Public Health Emergencies and Emerging Diseases : ACPHEED) ที่ส่งเสริมโอกาสให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางทางการแพทย์และสาธารณสุข” (Medical Hub) แห่งหนึ่งในโลก และต่อยอดเป็นตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ในอนาคต เป็นการเอาชนะสงครามโควิดของรัฐบาลได้อย่างงดงาม

การท่องเที่ยว ในปี 2565 หลัง “เปิดประเทศ” อย่างเป็นระบบ นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้าไทยตามเป้า 10 ล้านคน รัฐบาลมั่นใจว่าปี 2566 จะมีชาวต่างชาติมาเยือนไทยไม่น้อยกว่า 23.5 ล้านคน สร้างรายได้จากกิจกรรมต่างๆ รวมถึง 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมชาวจีนที่ยังคงปิดประเทศ

รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบ คือ สถานการณ์ระหว่างประเทศ และรัฐบาลพยายามใช้อำนาจภายในขอบเขตของกฎหมาย ขอให้รับทราบการทำงานของรัฐบาล

จากการหาเสียงของพรรคการเมือง ขอให้คำนึงถึงการเพิ่มภาระงบประมาณจำนวนมากให้กับประเทศ การกำหนดงบประมาณต้องพิจารณาถึงกฎกติกา เม็ดเงิน การใช้งบประมาณ ไม่ให้ผิด พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

สำหรับรายได้รัฐบาลไทย ในปี 2556 มี 2,156,677 ล้านบาท ในปี 2557 มีประมาณ 2,078,000 ล้านบาท ในปี 2558 มีประมาณ 2.2 ล้านบาท ปี 2559 มีประมาณ 2.3 ล้านบาท ปี 2560 มีประมาณ 2.3 ล้านบาท ปี 2561 มีประมาณ 2.5 ล้านบาท ปี 2562 มีประมาณ 2.5 ล้านบาท ปี 2563 มีประมาณ 2.3 ล้านบาท ปี 2564 มีประมาณ 2.4 ล้านบาท ปี 2565 มีประมาณ 2.6 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่ารายได้มีการเพิ่มมากขึ้น และสำหรับรายจ่ายก็ได้นำไปดูแลประชาชน ทั้งโครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประกันสุขภาพทั้งแพทย์สมัยใหม่และแพทย์แผนไทย ยกระดับ อสม. ส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคต่างๆ เป็นต้น จึงเห็นได้ว่า ทุกวันนี้รัฐบาลพยายามดูแล ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้เผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

หนุ่มซิ่งกระบะชนเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน 12 ต้น

ชลบุรี 28 ก.ย. – หนุ่มซิ่งกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรตลอดทั้งวัน คาดจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) รถกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายบึง-บ่อวิน ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มขวางถนน 12 ต้น เป็นเสาไฟฟ้าแรงสูง 6 ต้น เสาไฟฟ้าสูง 12 เมตร อีก 6 ต้น ระยะทาง 500 เมตร โชคดีนายสิทธิพงษ์ อายุ 41 ปี คนขับ บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ทำให้ไฟฟ้าดับตลอดแนว รวมทั้งต้องปิดการสัญจรบนถนนสายบึง-บ่อวิน ตลอดทั้งวัน คาดว่าจะกลับมาเปิดการจราจรตามปกติได้วันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) จากการสอบสวนทราบว่า นายสิทธิพงษ์ เพิ่งเลิกงาน ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็ว อาจหลับใน ทำให้รถเปลี่ยนเลนข้ามไปชนกับเสาไฟฟ้าอีกฝั่ง ส่วนความเสียหายยังประเมินค่าไม่ได้.-สำนักข่าวไทย

“อนุทิน” ร่วมงานศพพ่อ “อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้า ภท.

ราชบุรี 28 ก.ย.- “อนุทิน” ร่วมสวดอภิธรรมศพพ่อ “สส.อัครเดช” โชว์หวานยกความสัมพันธ์จีบเข้าภูมิใจไทย ลั่นได้ส่งจิตขออนุญาตคุณพ่อแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตาีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมไว้อาลัยและสวดอภิธรรมศพ คุณพ่อวุฒิพงศ์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ บิดาของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อค่ำวันที่ 27 ก.ย. ที่จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนกว่า 2,000 ร่วมพิธีโดยเป็นการสวดอภิธรรมเป็นคืนที่ 4 และจะมีพิธีบรรจุศพในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับผู้ที่ร่วมสวดอภิธรรมศพ ว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับ นายอัครเดช มาหลายปีแล้ว นายอัครเดชเป็นคนมีความวิริยะอุสาหะ ตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชน ตนมีความชื่นชมและศรัทธา ในความขัยนขันแข็งของท่าน ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ทำหน้าที่ได้ดีเป็นดาวสภา […]

โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA

กรุงเทพฯ 28 ก.ย. – โซเชียลแห่ชื่นชม “สีหศักดิ์” กร้าว เวที UNGA หลัง “อนุทิน” มอบดาบการทูตสู้กัมพูชา ขณะนายกฯ ย้ำยึดสันติในการแก้ปัญหา เพื่อประโยชน์ของประเทศ ภายหลังจากที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในเวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UNGA สมัยสามัญ ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ทำให้กระแสโซเชียลในประเทศไทย พึงพอใจกับการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ การเดินทางไปเวที UNGA ของนายสีหศักดิ์ ครั้งนี้ยึดแนวทางแก้ปัญหาความมั่นคงและการต่างประเทศ ที่นายอนุทิน มอบหมายให้ดำเนินการ โดยใช้มาตรการทางการทหารควบคู่กับการทูต เพื่อรักษาอธิปไตยอย่างสันติ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะในกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ขณะที่นายอนุทิน เชื่อว่า การกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม UNGA ของนายสีหศักดิ์ ทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนต่อจุดยืนของรัฐบาล สำหรับนโยบาย 4 เดือน 4 ภารกิจหลัก คืนความมั่นใจให้ประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน […]

กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่มทั่วไทย รับมืออิทธิพลพายุบัวลอย

กทม. 28 ก.ย.- กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนถล่ม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จับตาอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” คาดเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน พรุ่งนี้ (29 ก.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น […]

ข่าวแนะนำ

สีสัน! อภิปรายนโยบายรัฐบาลวันแรก

29 ก.ย.- การแถลงนโยบายรัฐบาลวันนี้ เหมือนเป็นการซ้อมศึกซักฟอกย่อย เพราะมีการตอบโต้และตั้งฉายามากมาย ติดตามสีสันการอภิปรายนโยบายฯ วันแรก .-สำนักข่าวไทย

เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดฝนหนักคืนนี้

29 ก.ย.- หลายพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก จากอิทธิพล #พายุบัวลอย เชียงใหม่เปิดประตูระบายน้ำทุกจุด เร่งระบายน้ำปิงลงทะเลสาบดอยเต่า พร่องน้ำในเขื่อนแม่งัดฯ เตรียมรับน้ำฝน คาดตกหนักคืนนี้ ขณะที่ จ.นครราชสีมา น้ำล้นสปิลเวย์ เตือนประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน พายุฝนตกกระหน่ำหลายพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยพื้นที่ ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว นายก อบต.บ้านแก้ง พร้อมผู้นำชุมชน และอาสาสมัครกู้ภัย ได้นำเรือเครื่องยนต์ท้องแบน เข้าช่วยเหลือ ตาชู-ยายทองคำ และสุนัข 1 ตัว ออกจากบ้านที่โดนน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมเกือบมิดหลังคา  มาอยู่ในที่ปลอดภัย ยายทองคำ เล่าว่าเมื่อคืนพักอยู่กับตาและหมา กำลังจะเข้านอนแต่ก็มีฝนตกตลอดทั้งคืน น้ำที่คลองก็ยังไม่เห็นว่าจะขึ้นล้นตลิ่งเท่าไร แต่ก็กังวล จึงเฝ้าดูกระทั่งน้ำไหลมาและเข้าท่วม ตกใจ จึงได้นำสุนัขขึ้นบนบ้าน ส่วนข้าวของก็เก็บไม่ทัน จากนั้นจึงอยู่แต่บนบ้านจนถึงเช้า กู้ภัยมาช่วยนำออกมาจากบ้าน อยู่มาหลายสิบปีไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย  ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เตรียมรับมือพายุบัวลอย คาดตกหนักคืนนี้ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา หลายพื้นที่เชียงใหม่ เริ่มมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ระดับน้ำในลำน้ำปิงที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ ที่จุดวัดพี1 เชิงสะพานนวรัฐ ยังอยู่ที่ 2 เมตร 49 เซนติเมตร ต่ำกว่าจุดวิกฤติแจ้งเตือนที่ […]

แถลงนโยบายวันแรกเดือด ประท้วงกันวุ่น

29 ก.ย.- สภาเดือด! แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรก อภิปรายตอบโต้-ประท้วงกันเป็นระยะ เมื่อมีการพาดพิงปมเขากระโดง-ฮั้ว สว. แต่ประธานฯ คุมสถานการณ์ได้ ด้านนายกฯ ไม่กังวลวาทกรรมของฝ่ายค้าน ชี้ประเด็นซ้ำๆ และมีการแถลงข้อเท็จจริงไปแล้ว -สำนักข่าวไทย

ฝ่าดงทุ่นระเบิดเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก “ผลักดัน-รื้อถอน”

29 ก.ย.- ทหารเรือฝ่าดงทุ่นระเบิดเข้าเคลียร์พื้นที่บ้านชำราก จ.ตราด ผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้าม-รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง รุกล้ำเขตอธิปไตยไทย ขณะที่ชาวบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว นำอาหารมอบให้ทหารแนวหน้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ว่าที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ คนใหม่ มอบหมายพลเรือโทอภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กกล.กปช.จต.) เข้าเคลียร์พื้นที่ชายแดนบ้านชำราก อันเป็นอธิปไตยของไทย โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีตราด จึงได้ผลักดันกองกำลังกัมพูชา ออกจากพื้นที่บริเวณตรงข้ามบ้านหนองรี ตำบลชำราก ไม่มีกำลังฝ่ายกัมพูชาวางกำลังแล้ว ผลจากการปฏิบัติการ บรรลุเป้าหมายสำคัญ คือ สามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 หลังลงได้อย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญที่สุดคือ สามารถผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามให้ออกจากพื้นที่รุกล้ำได้อย่างสมบูรณ์ ประชาชนนำอาหารมอบทหารแนวหน้า บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ส่วนที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว บรรยาศเงียบเหงา แต่ยังคงมีประชาชนเดินทางนำอาหาร เช่น ไข่ไก่ น้ำดื่ม นำมามอบให้กับทหารแนวหน้า ถึงแม้จะไม่คึกคักเหมือนวันก่อนๆ […]